มีความพยายามในทุกรูปแบบที่จะยกระดับเรื่อง"เมาแล้วขับ" ให้เป็นปัญหาสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องเร่งดำเนินการตั้งแต่การรณรงค์สร้างกระแส การผลักดันการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบก กรณีตรวจพบระดับแอลกอฮอล์เกิน 50 mg/dl จาก โทษปรับ 2,000 พันบาท เป็นปรับ 5,000 - 20,000 บาท เพิ่มโทษจำ และสามารถระงับหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ รวมไปถึงการส่งคุมประพฤติ
นอกจากนี้ยังได้ผลักดันกฎหมายพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ที่เข้มงวดเรื่องช่วงเวลาในการขาย สถานที่ที่ห้ามขายเหล้า รวมทั้งการห้ามขายเหล้าแก่ผู้ซื้อที่อายุต่ำกว่า 20 ปี แม้จะพยายามผลักดันมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเมาแล้วขับยังไม่ลดลงอย่างน่าพอใจ ดังจะเห็นได้จากสงกรานต์ที่ผ่านมาโดยข้อมูลศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ระบุว่า ร้อยละ 39.9 ของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเกี่ยวข้องกับการดื่มแล้วขับ (คงที่มาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา) และเมื่อเจาะลึกเฉพาะผู้ที่เสียชีวิต ข้อมูลจากศูนย์นเรนทร ระบุว่า กว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 58.6) ของผู้เสียชีวิตเกี่ยวข้องกับการดื่มสุรา โดยเฉพาะวันที่ 13-15 เมษายน จะมีสัดส่วนสูงขึ้นมาถึงร้อยละ 67-69 หรือเทียบได้ว่า ในผู้เสียชีวิต 3 คน จะมี 2 คนที่สัมพันธ์กับการดื่มสุรา และตัวเลขนี้จะสูงกว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ที่พบร้อยละ46.7
รูปภาพจาก http://www.thaihealth.or.th
http://www.positioningmag.com/prnews/prnews.aspx
