วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ปัญหา เมาแล้วขับ

            ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบริโภคสุรานั้นไม่ได้กระทบแค่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่า นั้น แต่เป็นปัญหาที่กระทบในวงกว้าง มีผลต่อสังคม เศรษฐกิจและประเทศชาติ แต่ปัญหานี้ดูเหมือนเป็นโจทย์ที่แก้ไม่ตกหาทางออกไม่พบ ที่ผ่านมารัฐจะขึ้นภาษีสุราบางประเภทเพื่อลดปริมาณการดื่มก็ตาม แต่นโยบายดังกล่าวก็ถูกโจมตีว่าเป็นการตลาดเพื่อสังคม การขึ้นภาษีไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสังคมอย่างแท้จริง 
 
            มีความพยายามในทุกรูปแบบที่จะยกระดับเรื่อง"เมาแล้วขับ" ให้เป็นปัญหาสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องเร่งดำเนินการตั้งแต่การรณรงค์สร้างกระแส การผลักดันการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบก กรณีตรวจพบระดับแอลกอฮอล์เกิน 50 mg/dl จาก โทษปรับ 2,000 พันบาท เป็นปรับ 5,000 - 20,000 บาท เพิ่มโทษจำ และสามารถระงับหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ รวมไปถึงการส่งคุมประพฤติ 
 นอกจากนี้ยังได้ผลักดันกฎหมายพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ที่เข้มงวดเรื่องช่วงเวลาในการขาย สถานที่ที่ห้ามขายเหล้า รวมทั้งการห้ามขายเหล้าแก่ผู้ซื้อที่อายุต่ำกว่า 20 ปี แม้จะพยายามผลักดันมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเมาแล้วขับยังไม่ลดลงอย่างน่าพอใจ ดังจะเห็นได้จากสงกรานต์ที่ผ่านมาโดยข้อมูลศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ระบุว่า ร้อยละ 39.9 ของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเกี่ยวข้องกับการดื่มแล้วขับ (คงที่มาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา) และเมื่อเจาะลึกเฉพาะผู้ที่เสียชีวิต ข้อมูลจากศูนย์นเรนทร ระบุว่า กว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 58.6) ของผู้เสียชีวิตเกี่ยวข้องกับการดื่มสุรา โดยเฉพาะวันที่ 13-15 เมษายน จะมีสัดส่วนสูงขึ้นมาถึงร้อยละ 67-69 หรือเทียบได้ว่า ในผู้เสียชีวิต 3 คน จะมี 2 คนที่สัมพันธ์กับการดื่มสุรา และตัวเลขนี้จะสูงกว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ที่พบร้อยละ46.7


           เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ พบว่าผู้ที่ดื่มประจำร้อยละ 65 เห็นว่าปัญหาเมาแล้วขับเป็นปัญหาที่รุนแรงที่สุด ตามด้วยปัญหาความรุนแรงและอาชญากรรมที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 22 ซึ่งเป็นความเห็นร่วมกันของผู้ให้สัมภาษณ์ทั้งเพศชายและหญิงในทุกกลุ่มอายุ รายได้ และพื้นที่ที่พักอาศัย อีกทั้งส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81 ก็เห็นตรงกันว่า ผู้ดื่มทุกคนควรดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ ร้อยละ 78 เห็นว่าบริษัทจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ร้อยละ 77 เห็นว่าแอลกอฮอล์มีบทบาทสามารถทำให้คนเปลี่ยนบุคลิกได้ และร้อยละ 76 เห็นว่าควรมีบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้นสำหรับผู้ดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำผิดกฎหมาย
รูปภาพจาก  http://www.thaihealth.or.th
                  http://www.positioningmag.com/prnews/prnews.aspx

1 ความคิดเห็น: